เครื่องซักผ้าแบบพกพา

ถ้าหากเป็นคนที่ชอบท่องเที่ยวแบบ Backpack มากๆ คุณจะรู้ว่าข้อจำกัดอย่างนึงเลยก็คือจำนวนเสื้อผ้าที่คุณนำติดตัวไปได้ไม่มาก จนบางครั้งทำให้คุณไม่พอใส่
ในบางพื้นที่อาจจะหาร้านซักรีดได้ยากหน่อย บางพื้นที่ค่าบริการก็แพงซะเหลือเกิน ด้วยเหตุนี้ Ashley Newland นักประดิษฐ์จากออสเตรเลียจึงได้คิดค้น Scrubba Washbag เครื่องซักผ้าแบบพกพาขึ้นมา

มันเป็นถุงผ้าขนาดพกพาที่มีน้ำหนักแค่ 142 กรัมเท่านั้น ด้านในถุงได้ทำการติดตั้งกระดานซักผ้าแบบยืดหยุ่นเอาไว้ ในการใช้งานคุณก็แค่เติมน้ำสะอาดลงไป 2-4 ลิตร ตามด้วยสบู่, แชมพูหรือน้ำยาซักผ้าลงไปอีกเล็กน้อย หลังจากนั้นก็นำเสื้อยืด 2-3 ตัวใส่ลงไปแล้วทำการนวดถุงเป็นเวลา 40 วินาที เท่านี้ก็เรียบร้อย ที่เหลือก็แค่เทน้ำออก บิดเสื้อให้หมาดแล้วนำไปตากให้แห้ง

สนนราคาขายของ Scrubba Washbag อยู่ที่ 40$ หรือ 1,200 บาทค่ะ ตอนนี้เค้าเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ว โดยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในกลางเดือนเมษายนนี้ค่ะ


ที่มา :
http://wp.me/p6yUq-6d7
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=tN6jFuuQFVY

จับขยะอิเลคทรอนิกส์มาทำของเล่น

ทุกวันนี้ขยะอิเลคทรอนิกส์เป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นักวิจัยจาก Keio-NUS CUTE Center และ Mixed Reality Lab ในประเทศสิงค์โปร์จึงได้คิดค้นไอเดียใหม่ที่ช่วยรับมือกับปัญหานี้ ด้วยการนำมาขยะเหล่านี้มาดัดแปลงเป็นของเล่นเพื่อการศึกษาซะเลย
ปัจจุบันโปรเจคนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น โดยมีจุดมุ่งหมายสูงสุดในการผลิต ”ฮาร์ดแวร์ที่มีคุณภาพที่สามารถใช้เป็นของเล่นสำหรับเด็กในประเทศกำลังพัฒนาได้ โดยเฉพาะเด็กๆที่ทำงานและอาศัยอยู่ใกล้ที่ทิ้งขยะอิเลคทรอนิกส์”

แผนการของเค้าก็คือการนำขยะอิเลคทรอนิกส์มาสร้างเป็นโมดูลของเล่นที่ใช้เพื่อการศึกษาแบบง่ายๆและมีราคาถูก ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะในบริเวณที่ทิ้งขยะให้ลดลงได้ โดยจะทำการคัดแยกอุปกรณ์ที่ใช้ไม่ได้แล้วทิ้งไป ส่วนชิ้นส่วนที่ยังทำงานได้อย่าง PS/2 คีย์บอร์ดและเม้าส์, ลำโพงและจอ CRT เก่าก็จะนำมาจับคู่สร้างเป็นโมดูลของเล่นต่อไป

Dhairya Dand เจ้าของแนวความคิดนี้ได้ทดลองสร้างโมดูลของเล่นที่มีชื่อว่า ThinkerToys ตัวต้นแบบขึ้นมา 4 ชุด พร้อมกับแพลตฟอร์ม Arduino computer ที่ใช้งานได้อย่างหลากหลาย เพียงแค่เพิ่มชิฟและเขียนโค้ดควบคุมเข้าไป หลังจากนั้นก็นำมาเชื่อมต่อกับส่วนประกอบอย่าง LCD screen, ลำโพงและ VS1053B MP3 decoder มาประกอบเข้าด้วยกัน
โมดูลชุดแรกมีชื่อเรียกว่า Keyano ประกอบไปด้วย ลำโพงขนาดเล็กเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ด โดยแป้นกดแต่ละตัวจะให้เสียงที่แตกต่างกันเวลาที่กด โมดูลตัวที่สองชื่อว่า RandoMath ที่นำจอ LED มาใช้เล่นเกมปริศนาคณิตศาสตร์ซึ่งผู้เล่นจะต้องพิมพ์คำตอบด้วยคีย์บอร์ด โมดูลตัวที่สามมีชื่อว่า Storynory มันใช้ต่อกับหูฟังหรือลำโพงที่ยังใช้งานได้เพื่อเป็น audiobooks เพื่อเล่นเนื้อหาที่อัดเอาไว้มาให้แล้ว โดยมันจะบรรยายเนื้อหาออกมาเป็นภาษาท้องถิ่นในพื้นที่นั้นๆ ส่วนโมดูลตัวสุดท้ายมีชื่อว่า TV++ ที่นำขยะประเภททีวีและจอ CRT ที่ยังใช้งานได้มาทำเป็นเกมเพื่อการศึกษาโดยควบคุมผ่านเม้าส์และคีย์บอร์ด

อุปกรณ์เหล่านี้จะถูกผลิตและส่งไปให้เด็กๆในประเทศกำลังพัฒนาที่อาศัยอยู่ใกล้กับกองขยะอิเลคทรอนิกส์ เพียงแค่เด็กๆมีโมดูลเหล่านี้ก็สามารถนำไปใช้กับคีย์บอร์ดหรือเม้าส์ตัวไหนในกองขยะก็สามารถใช้งานเพื่อเล่นสนุกได้ทันที

แต่ปัญหาอย่างนึงของ ThinkerToys ก็คือมันยังไม่สามารถผลิตในจำนวนมากๆได้ เพราะต้องทำการคัดแยกและเลือกอุปกรณ์ที่ยังใช้งานได้มาผลิตเป็นโมดูลต่างๆ แล้วจึงค่อยส่งไปยังโรงงานเพื่อทำการประกอบชิ้นส่วนต่างๆเข้าด้วยกัน ซึ่งวิธีนี้ไม่ได้ทำให้ผลิตได้อย่างรวดเร็ว และยังมีต้นทุนที่สูงเกินราคาขายที่ตั้งไว้ที่ชิ้นละ 5$ หรือ 150 บาทไปมาก

แม้ว่า ThinkerToys จะมีจุดเริ่มต้นมาจากคนๆเดียว แต่ Dand ก็ได้เปิดชุมชนที่มีชื่อว่า openToys ขึ้นมาเพื่อเป็นที่รวมตัวของนักออกแบบและวิศวกรที่อยากมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ขยะอิเลคทรอนิกส์เหล่านี้ สิ่งที่อยู่ในชุมชนแห่งนี้จะเป็น open source ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ, วงจร หรือโค้ดต่างๆ ตอนนี้เค้าก็ได้เริ่มทำเอกสารที่บอกรายละเอียดเกี่ยวกับโค้ดและวิธีการสร้างโมดูลตัวต้นแบบเพื่อแจกให้กับผู้ที่สนใจอยู่ รวมถึงในอนาคตจะทำการเพิ่มวิดีโอสอนการทำแบบเป็นขั้นตอนด้วย

Dand วางแผนที่จะเดินทางไปยังกัมพูชาในเดือนพฤษภาคม 2012 เพื่อทดลองผลิตโมดูลเหล่านี้กับโรงเรียนในพื้นที่ โดยเค้าจะใช้ชีวิตกับเด็กๆเพื่อประเมินว่าโมดูลตัวไหนเป็นที่นิยมมากที่สุด รวมถึงวิเคราะห์ปัญหาเรื่องพลังงานที่ใช้กับโมดูลเหล่านี้ ซึ่งหนึ่งในวิธีการแก้ปัญหาก็คือที่ชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อให้เด็กๆนำของเล่นมาชาร์จได้

ที่มา : http://wp.me/p6yUq-6di




ถ่ายรูปด้วยนิ้วมือ

       ก่อนถ่ายรูปคุณต้องเคยเอานิ้วมือขึ้นมาประกบเป็นเฟรมสี่เหลี่ยมเพื่อดูองค์ประกอบภาพก่อนจะถ่ายจริงใช่มั๊ยล่ะ กล้องตัวนี้ก็ใช้หลักการนี้เช่นกัน

Ubi-Camera เป็นกล้องแบบสวมนิ้วมือที่ถ่ายรูปด้วยการนำนิ้วมือของคุณมาประกบเป็นเฟรมรูป ซึ่งกล้องตัวนี้เป็นตัวต้นแบบที่พัฒนาขึ้นโดยนักวิจัยจาก Institute of Advanced Media Arts and Sciences เพียงสวมอุปกรณ์ชิ้นนี้ไว้ที่นิ้วชี้เมื่อคุณอยากจะถ่ายภาพ แล้วยกมือขึ้นมาประกบทำเป็นเฟรมภาพสี่เหลี่ยมแทนช่องมองภาพ เลือกจัดวางองค์ประกอบภาพ แล้วกดถ่ายภาพด้วยนิ้วโป้ง ชัตเตอร์กล้องก็จะทำงานเพียงเท่านี้ก็ได้ภาพที่ต้องการแล้ว ด้วยวิธีการถ่ายภาพแบบนี้ทำให้ viewfinder และจอภาพไม่จำเป็นอีกต่อไป แถมยังทำให้ถ่ายภาพได้อย่างรวดเร็วและเข้าใจได้ง่าย

กล้องตัวนี้ประกอบได้ด้วยเซนเซอร์วัดระยะ โดยการจัดเฟรมภาพจะประเมินจากระยะห่างของกล้องและใบหน้าของผู้ใช้ เมื่อระยะห่างของกล้องอยู่ใกล้ใบหน้าคุณก็จะได้ภาพถ่ายมุมกว้าง ถ้าระยะห่างไกลออกไปมากขึ้นก็จะเป็นการถ่ายแบบ close up

แต่ปัจจุบันระบบนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาเท่านั้น ข้อจำกัดอย่างนึงก็คือเซนเซอร์วัดระยะตัวที่ใช้อยู่เป็นเซนเซอร์อินฟราเรดที่ยังจับใบหน้าได้ยังไม่ดีเท่าที่ควร บางครั้งยังโดนรบกวนจากแสงที่อยู่รอบๆได้ด้วย นักวิจัยจึงอาจจะใช้กล้องมาใช้วัดระยะแทน รวมถึงเพิ่มระบบ face recognition เข้าไปด้วยเพื่อให้มันทำงานได้แม่นยำยิ่งขึ้น ตัวเลนส์จึงยังมีระยะโฟกัสที่ตายตัวและการซูมภาพก็ยังต้องใช้ซอฟท์แวร์ปรับรูปภาพแบบดิจิตอลบนพีซี นอกจากนี้การทำงานยังต้องอาศัยการเชื่อมต่อเครื่องพิซีอยู่ แต่ในอนาคตเค้าจะพัฒนาให้มันทำงานได้ด้วยตัวเองเพื่อให้สามารถนำไปใช้งานข้างนอกได้อย่างอิสระ




ที่มา :
http://youtu.be/tN6jFuuQFVY
http://wp.me/p6yUq-6e0

เมื่อ LV หันมาทำเครื่องเล่น MP3

Kim Jones นักออกแบบเสื้อผ้่าผู้ชายของ Louis Vuitton ได้จับมือร่วมกับ Ambush Designs และVERBAL creative director แห่ง Reebok Asia เปิดตัวโปรเจคสำหรับ Spring/Summer 2012 ที่มีชื่อว่า PLAYBUTTON ซึ่งมันก็คือเครื่องเล่น MP3 ที่ผลิตขึ้นมาในจำนวนจำกัดภายใต้แบรนด์ของ Louis Vuitton โดยมันจะมีลักษณะเหมือนกับเข็มกลัดที่ใช้เป็นเครื่องประดับติดเสื้อผ้าได้
เข็มกลัดชิ้นนี้ผลิตโดย Ambush ลายบนเข็มกลัดจึงมีการพิมพ์โลโก้ลงบนลายกราฟฟิคสีแดง สีฟ้า สีดำและสีน้ำเงินมันมาพร้อมกับหูฟังโลหะที่ผลิตขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยตัดฟีเจอร์ต่างๆให้เหลือแต่ฟีเจอร์พื้นฐาน คือ ปุ่มเล่น ปุ่มหยุดและปุ่มกดข้ามเพลงเท่านั้นโดยปุ่มเหล่านี้จะซ่อนอยู่ด้านหลังของตัวเข็มกลัด จะเรียกว่ามันเป็นไอพอด shuffle เวอร์ชั่นสุดแพงก็ไม่ผิดนะ เพราะมันจะผลิตขึ้นมาแค่ 30 เครื่องเท่านั้นค่ะ

ที่มา : http://wp.me/p6yUq-6eb