ไม่ต้องง้อค่ายรถ ทำใช้เองซะเลย เป็นรถไฟฟ้าซะด้วย
George Fortin เคยคิดที่จะทำรถไฟฟ้าไว้ใช้เองตั้งแต่ยังเล็กๆแล้น แต่พอได้เห็นรถบังคับวิทยุของลูกชายเค้าทำให้เกิดแรงฮึด สร้างรถจนสำเร็จ ตัดโน่นตัดนี่ออกโดยออกแบบให้ง่ายที่สุด จนได้ Z-Kart รถโกคาร์ทหนึ่งที่นั่ง ทำความเร็วสูงสุดที่ 64 กิโล/ชม. ไมล์และวิ่งได้ไกล 32 กิโลต่อการชาร์จครั้งนึง
ตัวถังสร้างจากเฟรมโพลิเมอร์ที่มีน้ำหนักเบาทนทานและราคาถูก มีน้ำหนักรวม 136 กิโล ใช้มอเตอร์ 72 โวลท์ปั่นเก็บไฟในแบตตารี่ 6 ลูก สามารถชาร์จจากปลั๊กไฟ 110 โวลท์ผ่านสายชาร์จโดยใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง ระบบเบรคนำมาจากรถโกคาร์ท ยางและพวงมาลัยก็นำมาจากจักรยาน ถึงแม้ดีไซน์มันจะยังไม่สวยนักแต่จอร์จก็หวังเอาไว้ว่าเขาจะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆสร้างรถไฟฟ้าไว้ใช้เองบ้าง
ที่มา : http://wp.me/p6yUq-2Ph
DIY: กังหันลมส่วนตัว
เพื่อนๆ จำสิ่งประดิษฐ์ของนักคิดชาวอินเดียที่ซีเคยนำเสนอผ่าทางรายการทีวีไปแล้วได้ไหมคะ
ที่เขานำมอเตอร์มาต่อกับใบพัดพลาสติก แล้วใช้ลมพัดระหว่างเดินทางด้วยรถโดยสาร เพื่อทำ
หน้าที่เป็นชาร์จเจอร์ปั่นไฟให้โทรศัพท์มือถือค่ะ
ล่าสุดบริษัท Gakken จากแดนปลาดิบได้ทำชุดคิทกังหันลมส่วนบุคคลที่สามารถปั่นไฟจากแรง
ลมได้เหมือนกัน โดยที่ฐานด้านล่างของมันจะสามารถใช้ปิดฝาขวด เพื่อใช้สำหรับทำฐานที่มั่น
คง เวลาลมตีจะได้ไม่ล้มค่ะ
เพื่อนๆ คงสงสัยสิคะว่า แล้วมันทำอะไรได้ เจ้ากังหันลมส่วนตัวทำมือ ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นชาร์จ
เจอร์หรอกค่ะ ภายในส่วนที่เป็นลำตัวของมันจะทำหน้าที่สร้างไฟฟ้าเมื่อเวลาที่กังหันหมุน โดย
พลังงานไฟฟ้าที่ได้เพียงพอที่จะทำให้หลอด LED ที่อยู่ด้านท้ายของตัวมันส่องสว่างขึ้นมาค่ะ
แหม…ไอเดียกิ๊บเก๋ดีนะคะ สำหรับชิ้นส่วนประกอบก็มีแค่ไม่กี่ชิ้น เพียงแค่ต่อใบพัดทั้ง 3 เข้ากับ
ส่วนหัวของมันแล้วนำไปติดกับลำตัวที่ให้แสงส่วางจากหลอด LED เวลาที่ใบพัดหมุน จากนั้น
ต่อฐานตั้งเข้าไป เสร็จแล้วนำไปใช้แทนฝาขวดที่ใส่น้ำไว้ เวลาตั้งจะได้ไม่ล้ม นำไปตั้งไว้ในที่ๆ
มีลมพัด เพื่อว่า จะได้เห็นแสงจาก LED ส่องสว่างได้ค่ะ สนนราคาอยู่ที่ 2,300 เยน หรือคิดเป็น
เงินไทยก็ประมาณ 700 บาทค่ะ
ที่มา : http://wp.me/p6yUq-u9
โลกทั้งใบให้”นาย”คนเดียว
Gadget ตอนนี้ เหมือนชื่อหนังเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วเลยอ่ะ ความจริงมันคือของตั้งโชว์ที่เป็น
ลูกโลกจำลอง ซึ่งสามารถลอยอยู่บนแท่นแม่เหล็กได้อย่างน่ามหัศจรรย์ แถมยังหมุนรอบ
ตัวเองได้อีกด้วยนะคะ…ว้าว!!!
Anti-gravity Globe จากบริษัท ThinkGeek อุปกรณ์โชว์บนโต๊ะทำงานที่ซีเชื่อว่า ใครที่
เห็นมันต้องหันมามองอย่างแน่นอน เพราะเจ้าลูกโลกจำลองที่สามารถลอยอยู่กลางอากาศ
ได้นั่นเอง ความลับของมันก็คือ การทำงานร่วมกันระหว่างเซ็นเซอร์กับไมโครโพรเซสเซอร์
ที่ช่วยกันปรับแต่งระยะที่เหมาะสมของสนามแม่เหล็กที่ฝังอยู่ในลูกโลกกับแท่นที่วางอยู่บน
พื้น เพื่อให้สมดุลย์จนทำให้มันลอยอยู่กลางอากาศ และหมุนได้อย่างน่าอัศจรรย์ค่ะ
ที่มา : http://wp.me/p6yUq-xJ
เก้าอี้ไม้ยืดหยุ่นเหมือนสปริง
ใครที่ไม่ชอบนั่งเก้าอี้ไม้เพราะมันแข็ง ลองนั่งตัวนี้ดูก่อน
ที่มา : http://wp.me/p6yUq-2s4
เก้าอี้ตัวนี้เป็นผลงานการออกแบบโดย Carolien Laro ที่สร้างสรรค์เก้าอี้ไม้หลากรูปแบบที่ที่นั่งสามารถยืดหยุ่นได้เหมือนสปริงเพียงแค่เพิ่มลูกเล่นในการเจาะเนื้อไม้แค่นี้เอง ผลงานชุดนี้มีชื่อว่า Springwood ทั้งชุดประกอบไปด้วย ม้านั่งยาวขนาด 3 ที่นั่ง เก้าอี้ขาโลหะ 3 ตัวและเก้าอี้ติดล้ออีกหนึ่งตัว โดยเบาะไม้ของเก้าอี้ทุกตัวสามารถยืดหยุ่นได้
Springwood อาจจะดูเป็นงานออกแบบที่เรียบง่ายแต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย มันทั้งซับซ้อนและต้องลองผิดลองถูกกว่าจะสำเร็จ ทั้งการเลือกเนื้อไม้ให้เหมาะสม การประกอบด้วยกาว และวิธีการเลื่อยแบบ CNC กว่า 480 ขั้นตอน เธอใช้เวลาทำตัวต้นแบบด้วยการแกะไม้ด้วยมือของเธอ โดยใช้เวลาไปกว่า 600 ชั่วโมง
จากความเพียรพยายามของเธอทำให้ผลงานชิ้นนี้กวาดรางวัลมาหลายชิ้น อาทิเช่น Wood Challenge Prize , nomination for the IMI Award และ DOEN material prize.
ที่มา : http://wp.me/p6yUq-2s4
สถานที่เก่า..เอามาเล่นเกมล่าท้าผี
เกิดมาในชีวิตนี้ใครที่ยังไม่เคยเจอผี แต่อยากมีประสบการณ์สยองลองเจอดูสักครั้ง คุณได้สิทธินั้นเดี๋ยวนี้ค่ะ
แนวความคิดพื้นฐานของแอพพลิเคชั่นนี้ก็คือ ‘ทุกๆที่มักจะมีเรื่องเล่าของสิ่งที่แปลกประหลาด’ โดยเฉพาะในสถานที่เก่าแก่โบราณ ซึ่งถ้าเราได้ย่างเท้าเข้าไปอยู่ที่นั่น ได้เห็นภาพ ได้อ่านประวัติของมันมา คุณจะรู้สึกได้ว่าสถานที่นั้นมันต้องมีอะไรบางอย่างอยู่แน่ๆ เมื่อนำสิ่งเหล่านี้มาผนวกกับเทคโนโลยีอย่าง Augmented Reality ทำให้คุณได้รับประสบการณ์ที่แปลกไม่เหมือนใครจนต้องขนหัวลุก
Haunted Planet Studios ได้สร้างสรรค์แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่ช่วยให้คุณสามารถจับภาพปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติด้วยมือถือ แอพในโปรเจคนี้ได้แก่ Viking Ghost Hunt (สำหรับใช้กับสถานที่ในกรุงดับลิน) และ Falkland Ghost Hunt (สก็อตแลนด์) แอพเหล่านี้จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี GPS , Augmented Reality และเสียงเพลงประกอบ ที่ทำให้คุณลงไปเล่นเกมล่าท้าผีโดยมีสถานที่แห่งประวัติศาสตร์เป็นฉากหลัง
คุณสามารถคลิกดูการใช้งานแอพนี้ได้ที่คลิปวิดีโอด้านล่าง เราจะได้เห็นประสบการณ์ของผู้เล่นเกม Falkland Ghost Hunt ซึ่งเกมนี้มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ปราสาท Falkland Palace ที่ซึ่งเคยเป็นที่พำนักของ Queen Mary แห่งสก็อตแลนด์สมัยที่พระองค์ยังทรงมีพระชนม์อยู่ ผู้เล่นจะได้รับประสบการณ์ล่าท้าผีไปทั่วพระราชวังแห่งนี้ผ่านคำบอกใบ้ทั้งทางภาพและเสียง ยิ่งเข้าใกล้ผีเท่าไหร่คุณก็ยิ่งจะได้รับประสบการ์ขนหัวลุกมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
แต่ถ้าเกมนี้มาใช้ในไทย เพื่อนๆว่าจะใช้ที่ไหนเป็นฉากหลังบ้างนะ ถึงจะสยองสุด
ที่มา : http://wp.me/p6yUq-6cS
Space Book ฉากป๊อปอัพ
เชื่อว่า สมัยเด็กๆ หลายคนคงจะเคยได้ดูหนังสือป๊อปอัพกันมาบ้างนะคะ ด้วยสเน่ห์ของมันที่
ผู้อ่านต้องคอยลุ้นว่า แต่ละหน้าที่เปิดจะมีอะไรโผล่ขึ้นมาให้ได้ตื่นตาตื่นใจกัน แต่สิ่งที่ซีหยิบ มาฝากเพื่อนๆ ไม่ใช่ป๊อปอัพบุ๊ก แต่เป็น Space Book ป๊อปอัพบุ๊กขนาดใหญ่ ที่ไม่ใช่เอาไว้ อ่าน แต่มันเอาไว้ใช้เป็นฉากถ่ายรูปต่างหาก อ้าว…:o
นักออกแบบแดนโสม Jin Hui Kim เกิดปิ๊งไอเดียจากหนังสือป๊อปอัพ ก็เลยทำ Space Book
หนังสือป๊อปอัพที่มีขนาดใหญ่มาก โดยแต่ละหน้าที่เปิดออกมาจะปรากฎเป็นห้องต่างๆ พร้อม
เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเหมาะกับช่างถ่ายภาพที่ต้องการฉากแบบโมบาย เคลื่อนย้ายง่าย และเปลี่ยน
ฉากได้ภายในพริบตาค่ะ
ที่มา : http://wp.me/p6yUq-Ee
ผู้อ่านต้องคอยลุ้นว่า แต่ละหน้าที่เปิดจะมีอะไรโผล่ขึ้นมาให้ได้ตื่นตาตื่นใจกัน แต่สิ่งที่ซีหยิบ มาฝากเพื่อนๆ ไม่ใช่ป๊อปอัพบุ๊ก แต่เป็น Space Book ป๊อปอัพบุ๊กขนาดใหญ่ ที่ไม่ใช่เอาไว้ อ่าน แต่มันเอาไว้ใช้เป็นฉากถ่ายรูปต่างหาก อ้าว…:o
นักออกแบบแดนโสม Jin Hui Kim เกิดปิ๊งไอเดียจากหนังสือป๊อปอัพ ก็เลยทำ Space Book
หนังสือป๊อปอัพที่มีขนาดใหญ่มาก โดยแต่ละหน้าที่เปิดออกมาจะปรากฎเป็นห้องต่างๆ พร้อม
เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเหมาะกับช่างถ่ายภาพที่ต้องการฉากแบบโมบาย เคลื่อนย้ายง่าย และเปลี่ยน
ฉากได้ภายในพริบตาค่ะ
ที่มา : http://wp.me/p6yUq-Ee
คู่มือทำอาหารที่ทานได้ทั้งเล่ม
นี่คือหนังสือคู่มือทำอาหารที่สร้างสรรค์โดย Korefe เอเจนซี่รับออกแบบจากประเทศเยอรมัน ซึ่งเค้าอ้างว่านี่คือหนังสือทำอาหารเล่มแรกในโลกที่นอกจากคุณจะอ่านและทำอาหารได้จริง มันยังสามารถทานได้ด้วย
เพราะแต่ละหน้าของ ‘The Real Cookbook’ คู่มือทำอาหารเล่มนี้ก็คือแผ่นพาสต้าสดที่สามารถทานได้ 100% นำมาสลักขั้นตอนวิธีทำอาหารสุดคลาสสิคอย่างลาซานญ่า เมื่อคุณทำส่วนผสมของไส้ลาซานญ่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคุณก็นำหน้าหนังสือเหล่านี้มาวางซ้อนกันสลับกับไส้ที่ทำขึ้นมาเพื่อทำเป็นชั้นของแป้งในลาซานญ่า หลังจากนั้นก็นำเข้าเตาอบ เท่านี้ก็ได้อาหารแสนอร่อยหนึ่งจานแล้ว
‘The Real Cookbook’ เล่มนี้เป็นเครืื่องมือที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้โปรโมท คู่มือทำอาหารเวอร์ชั่นพิเศษจากสำนักพิมพ์ Gerstenberg Publishing House ที่เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์คู่มือทำอาหารและหนังสือเกี่ยวกับศิลปะคุณภาพสูงค่ะ ไอเดียเค้่าเก๋ดีมั๊ยล่ะ
ที่มา : http://wp.me/p6yUq-6dO
เพราะแต่ละหน้าของ ‘The Real Cookbook’ คู่มือทำอาหารเล่มนี้ก็คือแผ่นพาสต้าสดที่สามารถทานได้ 100% นำมาสลักขั้นตอนวิธีทำอาหารสุดคลาสสิคอย่างลาซานญ่า เมื่อคุณทำส่วนผสมของไส้ลาซานญ่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคุณก็นำหน้าหนังสือเหล่านี้มาวางซ้อนกันสลับกับไส้ที่ทำขึ้นมาเพื่อทำเป็นชั้นของแป้งในลาซานญ่า หลังจากนั้นก็นำเข้าเตาอบ เท่านี้ก็ได้อาหารแสนอร่อยหนึ่งจานแล้ว
‘The Real Cookbook’ เล่มนี้เป็นเครืื่องมือที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้โปรโมท คู่มือทำอาหารเวอร์ชั่นพิเศษจากสำนักพิมพ์ Gerstenberg Publishing House ที่เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์คู่มือทำอาหารและหนังสือเกี่ยวกับศิลปะคุณภาพสูงค่ะ ไอเดียเค้่าเก๋ดีมั๊ยล่ะ
ที่มา : http://wp.me/p6yUq-6dO
ระวัง Instagram ปลอม
ผู้ใช้แอนดรอยด์ต้องระวังให้ดี ตอนนี้มีแอพปลอมของ Instagram for Android ที่กำลังระบาดไปทั่ว ใครที่เผลอโหลดจะติดโทรจันทันที
Instagram ปลอมนี้ถูกค้นพบเมื่อวันพุธที่ผ่านมาโดย Graham Cluley จากบริษัทรักษาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ที่มีชื่อว่า Sophos โดยเค้าได้สังเกตเห็นว่ามี Andr/Boxer-F โทรจันมัลแวร์เริ่มแพร่กระจายมาจาก Instatram ปลอม ซึ่ง ณ ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าเจ้าไวรัสตัวนี้มันทำอะไรได้บ้าง หลังจากที่ Sophos ได้ทำการทดสอบแล้วก็พบว่ามันจะทำการส่งข้อความ background SMS ที่ช่วยหารายได้ให้กับผู้ที่สร้างมันขึ้นมา
โชคดีอย่างหนึ่งสำหรับกูเกิ้ลก็คือ เจ้า Instagram ปลอมนี้ไม่ได้มีให้โหลดผ่าน Google Play marketplace ที่ๆคนส่วนใหญ่เข้ามาโหลดแอพแอนดรยดย์กัน แต่เจ้าแอพปลอมตัวนี้กลับไปปรากฎในเว็บไซต์ของรัสเซีย ซึ่งหน้าตาของเว็บก็เรียกได้ว่าถอดแบบมาจากเว็บ Instagram ของจริงกันเลยทีเดียว
ตลอดปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์มแอนดรอยด์ได้ตกเป็นเป้าหมายการจู่โจมของมัลแวร์ซอฟท์แวร์มากขึ้นเรื่อยๆ และ Instagram ก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายอันดับต้นๆเพราะมันเป็นแอพที่ได้รับความนิยมสูงมาก และมีเฉพาะบนอุปกรณ์ iOS มาสักพักใหญ่ๆแล้ว แต่พอมาเปิดตัวบนเวอร์ชั่นแอนดรอยด์ ก็สามารถทำสถิติมีผู้ใช้ดาวน์โหลดถึง 10 ล้านครั้งภายในเวลาไม่กี่วัน หลังจากนั้นก็โดนยักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ้คซื้อตัวไปด้วยมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านเหรียญ
Cluley กล่าวว่า แอพปลอมแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกกับแอพที่ได้รับความนิยมตัวอื่นๆเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น Angry Birds Space ที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นต้น ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงแอพปลอมที่แฝงด้วยมัลแวร์เหล่านี้ ก็คือ ดาวน์โหลดแอพจาก app store ที่น่าเชื่อถือเท่านั้น ซึ่ง Google Play น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด และก่อนที่จะโหลดแอพใดๆก็ตามอย่าลืมเช็ค permissions list เสมอๆ นอกจากนี้ควรหาแอพ antivirus มาติดเครื่องเอาไว้ด้วย เท่านี้ก็ป้องกันตัวเองได้ระดับนึงแล้วล่ะ
ที่มา : http://wp.me/p6yUq-6eZ
Instagram ปลอมนี้ถูกค้นพบเมื่อวันพุธที่ผ่านมาโดย Graham Cluley จากบริษัทรักษาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ที่มีชื่อว่า Sophos โดยเค้าได้สังเกตเห็นว่ามี Andr/Boxer-F โทรจันมัลแวร์เริ่มแพร่กระจายมาจาก Instatram ปลอม ซึ่ง ณ ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าเจ้าไวรัสตัวนี้มันทำอะไรได้บ้าง หลังจากที่ Sophos ได้ทำการทดสอบแล้วก็พบว่ามันจะทำการส่งข้อความ background SMS ที่ช่วยหารายได้ให้กับผู้ที่สร้างมันขึ้นมา
โชคดีอย่างหนึ่งสำหรับกูเกิ้ลก็คือ เจ้า Instagram ปลอมนี้ไม่ได้มีให้โหลดผ่าน Google Play marketplace ที่ๆคนส่วนใหญ่เข้ามาโหลดแอพแอนดรยดย์กัน แต่เจ้าแอพปลอมตัวนี้กลับไปปรากฎในเว็บไซต์ของรัสเซีย ซึ่งหน้าตาของเว็บก็เรียกได้ว่าถอดแบบมาจากเว็บ Instagram ของจริงกันเลยทีเดียว
ตลอดปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์มแอนดรอยด์ได้ตกเป็นเป้าหมายการจู่โจมของมัลแวร์ซอฟท์แวร์มากขึ้นเรื่อยๆ และ Instagram ก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายอันดับต้นๆเพราะมันเป็นแอพที่ได้รับความนิยมสูงมาก และมีเฉพาะบนอุปกรณ์ iOS มาสักพักใหญ่ๆแล้ว แต่พอมาเปิดตัวบนเวอร์ชั่นแอนดรอยด์ ก็สามารถทำสถิติมีผู้ใช้ดาวน์โหลดถึง 10 ล้านครั้งภายในเวลาไม่กี่วัน หลังจากนั้นก็โดนยักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ้คซื้อตัวไปด้วยมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านเหรียญ
Cluley กล่าวว่า แอพปลอมแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกกับแอพที่ได้รับความนิยมตัวอื่นๆเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น Angry Birds Space ที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นต้น ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงแอพปลอมที่แฝงด้วยมัลแวร์เหล่านี้ ก็คือ ดาวน์โหลดแอพจาก app store ที่น่าเชื่อถือเท่านั้น ซึ่ง Google Play น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด และก่อนที่จะโหลดแอพใดๆก็ตามอย่าลืมเช็ค permissions list เสมอๆ นอกจากนี้ควรหาแอพ antivirus มาติดเครื่องเอาไว้ด้วย เท่านี้ก็ป้องกันตัวเองได้ระดับนึงแล้วล่ะ
ที่มา : http://wp.me/p6yUq-6eZ
Smartpen ปากกาสายลับ Spypen
Smartpen ปากกาสายลับ Spypen
หมวด » Gadget
หมวด » Gadget
ใครที่ดูหนังสายลับ แล้วนึกคึกอยากจะเป็นสายลับกับเค้าบ้าง แน่นอน คุณจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ไฮเทค เพื่อความสมจริง สมจังกับสายลับ
ลองดูสุดยอดปากกาด้ามนี้กันหน่อย คุณสมบัติครบสูตรสายลับ
ทั้ง อัดเสียง เล่นเสียง แถมยังถ่ายภาพได้อีกด้วย
แถมยังมีช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มม. เพื่อความลับจะได้ไม่รั่วไหล
พร้อมหน้าจอ LED บอกสถานะต่างๆ
ด้านข้างเป็นไมโครโฟน เลือกอัดได้ทั้ง Mono – Stereo
ลำโพงในตัวก็มี เผื่ออยากจะเป็นเสียงประจานคนอื่น
สุดๆไปเลย ก็เจ้ากล้อง Infrared camera ที่สามารถถ่ายภาพได้ถึง 70ภาพ/วินาที
สะดวกมากขึ้นสายชาร์ต USB
โดยแบตตารี่ขนาด 300 mAH lithium
เมื่อช่วงดึกของวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมาตามเวลาประเทศ ไทย แอปเปิ้ล ผู้ผลิตเทคโนโลยีตระกูล i ได้เปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นล่าสุด The New iPad (iPad 3) ที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายกับ iPad 2 แทบจะทุกประการ แต่มาพร้อมหน้าจอและกล้องที่ชัดขึ้น รองรับเครือข่าย 4G LTE และใช้เป็น Hot Spot ได้ แถมยังมีแอพพลิเคชั่นภาพถ่ายที่น่าสนใจอย่าง "iPhoto" อีกด้วย
ความไฮเทคของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอย
หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ถือเป็นการคิดค้นและพัฒนาหุ่นยนต์ที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามและความมุ่งมั่น ในการศึกษาและวิจัยของทีมวิศวกรของบริษัทฮอนด้า หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่อาศัยเทคโนโลยีชั้นสูงในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยความคิดสร้างสรรค์และความยึดมั่นในความคิดที่หุ่นยนต์สามารถอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้นั้น เป็นแรงผลักดันให้ทีมวิศวกรของบริษัทฮอนด้า สามารถสร้างหุ่นยนต์อาซิโมให้มีความเป็นอยู่ร่วมกับมนุษย์และอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แก่สังคม นักวิทยาศาสตร์และทีมวิศวกรผู้สร้างอาซิโมยังได้รับแรงบันดาลใจจากนิยายวิทยาศาสตร์[4]ทำให้หุ่นยนต์อาซิโมในศตวรรษที่ 21 ที่เกิดจากจินตนาการของไอแซค อสิมอฟ กลายเป็นความจริง สามารถมีสมองและความคิดได้เช่นเดียวกับมนุษย์[5]
ทีมวิศวกรของบริษัทฮอนด้า เริ่มต้นทำการศึกษา คิดค้น วิจัยและพัฒนาอาซิโมในปี พ.ศ. 2524[6] ในการสร้างหุ่นยนต์ที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์ สามารถทำงานต่าง ๆ ร่วมกับมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในปี พ.ศ. 2529 โครงการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของบริษัทฮอนด้าได้ถือกำเนิดขึ้น มีการจัดตั้งศูนย์วิจัยสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานของการสร้างหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เพื่อเป็นพื้นฐานการสร้างหุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์ โดยทดลองสร้างหุ่นยนต์ทดลองในตระกูล E-Series จำนวน 7 ตัว คือ
หุ่นยนต์ทดลอง E0 E1 E2 E3 E4 E5 และ E6
หลังจากนั้นได้พัฒนาคิดคิดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับมนุษย์ในตระกูล P-Series จำนวน 3 ตัวคือ
หุ่นยนต์ต้นแบบ P1 P2 และ P3 จนกระทั่งถึงหุ่นยนต์อาซิโมในปัจจุบัน
การก้าวเดินแบบอิสระ
พื้นฐานในการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 2 ขานั้น สามารถศึกษาได้โดยตรงจากการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์บนพื้นผิวที่เรียบ ไม่ขรุขระ ซึ่งหุ่นยนต์สามารถก้าวเดินได้ตามปกติ ลำดับต่อไปของการก้าวเดินคือการพัฒนาศักยภาพไปสู่การเคลื่อนที่ไปด้านหน้าของหุ่นยนต์อย่างอิสระ สามารถก้าวเดินบนพื้นผิวขรุขระ พื้นเอียงหรือพื้นที่ลาดชันรวมทั้งระดับของขั้นบันไดอย่างมีเสถียรภาพ และไม่เสี่ยงต่อการเสียหลักหกล้มขณะก้าวเดิน เทคนิคการก้าวเดินแบบอิสระของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ สามารถสรุปได้ดังนี้
เทคนิคขั้นพื้นฐานของการวางเท้าของหุ่นยนต์ โดยจะต้องคงสภาพแน่นอนไม่แปรเปลี่ยนไปตามลักษณะของพื้นผิว แม้หุ่นยนต์จะก้าวเดินในพื้นที่ขรุขระ
เทคนิคขั้นพื้นฐานของการปรับสภาพของหุ่นยนต์ หากในกรณีที่หุ่นยนต์ก้าวเดินแล้วมีการหกล้มหรือเสียการทรงตัว
เทคนิคขั้นพื้นฐานของการปรับสภาพของหุ่นยนต์ โดยให้ผลของการเคลื่อนที่ถูกต้อง แม่นยำโดยการจดจำเป้าหมายที่ต้องการ ซึ่งเทคนิคเหล่านี้ทีมวิศวกรได้นำมาพัฒนาเป็นส่วนต่าง ๆ ก่อนจะนำมารวมกันในรูปแบบการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
เทคนิคการก้าวเดินอย่างมีเสถียรภาพ
จุดโมเมนต์ศูนย์ (ZMP) หรือจุดปฏิกิริยาที่พื้นฐาน
ปกติแล้วเมื่อมีการเคลื่อนที่หรือยืนอยู่นิ่ง ๆ ร่างกายของมนุษย์จะถ่ายโอนน้ำหนักตัวตามธรรมชาติ เพื่อรักษาสมดุลของร่างกายในท่านั้นไว้ แต่ถ้าการถ่ายโอนน้ำหนักของร่างกายไม่สมดุลกัน ร่างกายมนุษย์จะสามารถปรับสภาพให้สมดุลและไม่ล้ม โดยเคลื่อนตำแหน่งของเท้าซ้ายหรือขวาออกจากจุดที่ยืนอยู่ ซึ่งลักษณะดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นกับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ได้เช่นกัน เมื่อหุ่นยนต์ก้าวเดินไปข้างหน้า ผลจากแรงเฉื่อย[3]และแรงดึงดูดของโลกจะมีผลโดยตรง ต่อการเพิ่มและลดความเร่งในท่าทางการเดินของหุ่นยนต์ ซึ่งแรงเหล่านี้เรียกว่าแรงเฉื่อยรวม และเมื่อเท้าของหุ่นยนต์กระแทกกับพื้น จะได้รับผลกระทบนี้โดยตรง เรียกว่าแรงปฏิกิริยาจากพื้น
การตัดกันในระหว่างแนวแรงเฉื่อยพื้น และรวมทั้งตำแหน่งดังกล่าวจะมีค่าโมเมนต์[4]เท่ากับศูนย์ เรียกตำแหน่งในจุดนี้ว่า จุดโมเมนต์ศูนย์ (ZMP) ซึ่งเป็นจุดที่แรงปฏิกิริยาลง เรียกว่าจุดปฏิกิริยาที่พื้นฐาน ลักษณะท่าทางการเดินของหุ่นยนต์จะถูกกำหนดจากคอมพิวเตอร์โดยระบบปัญญาประดิษฐ์ ทำการคำนวณ ประมวลผลและส่งผลไปยังข้อหมุนต่าง ๆ ของหุ่นยนต์ โดยให้มีการสอดคล้องกันกับความเฉื่อยที่เกิดขึ้นจากการคำนวณ เรียกว่า ZMP เป้าหมาย[5] เมื่อหุ่นยนต์เกิดความสมดุลของร่างกายในขณะที่ก้าวเดินได้อย่างสมบูรณ์แบบ แกนของแรงเฉื่อยรวมเป้าหมายและแรงปฏิกิริยาที่พื้น จะเป็นตำแหน่งเดียวกัน และเมื่อหุ่นยนต์ก้าวเท้าเดินผ่านพื้นผิวที่ขรุขระ ตำแหน่ง 2 ตำแหน่งดังกล่าวจะหนีออกจากกัน ส่งผลให้เกิดความสมดุลลงแรงที่จะทำให้หุ่นยนต์หกล้มเกิดขึ้นมาทันที
แรงที่ทำให้หุ่นยนต์เกิดการหกล้มเมื่อก้าวเดิน เกิดจากความเหลื่อมล้ำในระหว่าง ZMP เป้าหมายและแรงปฏิกิริยารวมที่พื้น ซึ่งเมื่อพิจารณาและวิเคราะห์แล้วพบว่า นั่นคือสาเหตุหลักที่ทำให้ความไม่สมดุลเกิดขึ้น และเมื่อหุ่นยนต์เกิดการเสียความสมดุล[6] ระบบป้องกัน 3 ระบบที่จะป้องกันการหกล้มหรือเสียหลักการทรงตัวของหุ่นยนต์ ที่สามารถทำให้หุ่นยนต์ก้าวเดินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องคือ
ระบบควบคุมแรงปฏิกิริยา[7]
ระบบควบคุม ZMP
ระบบควบคุมการวางเท้าของหุ่นยนต์
ทีมวิศวกรของบริษัทฮอนด้า เริ่มต้นทำการศึกษา คิดค้น วิจัยและพัฒนาอาซิโมในปี พ.ศ. 2524[6] ในการสร้างหุ่นยนต์ที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์ สามารถทำงานต่าง ๆ ร่วมกับมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในปี พ.ศ. 2529 โครงการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของบริษัทฮอนด้าได้ถือกำเนิดขึ้น มีการจัดตั้งศูนย์วิจัยสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานของการสร้างหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เพื่อเป็นพื้นฐานการสร้างหุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์ โดยทดลองสร้างหุ่นยนต์ทดลองในตระกูล E-Series จำนวน 7 ตัว คือ
หุ่นยนต์ทดลอง E0 E1 E2 E3 E4 E5 และ E6
หลังจากนั้นได้พัฒนาคิดคิดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับมนุษย์ในตระกูล P-Series จำนวน 3 ตัวคือ
หุ่นยนต์ต้นแบบ P1 P2 และ P3 จนกระทั่งถึงหุ่นยนต์อาซิโมในปัจจุบัน
การก้าวเดินแบบอิสระ
พื้นฐานในการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 2 ขานั้น สามารถศึกษาได้โดยตรงจากการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์บนพื้นผิวที่เรียบ ไม่ขรุขระ ซึ่งหุ่นยนต์สามารถก้าวเดินได้ตามปกติ ลำดับต่อไปของการก้าวเดินคือการพัฒนาศักยภาพไปสู่การเคลื่อนที่ไปด้านหน้าของหุ่นยนต์อย่างอิสระ สามารถก้าวเดินบนพื้นผิวขรุขระ พื้นเอียงหรือพื้นที่ลาดชันรวมทั้งระดับของขั้นบันไดอย่างมีเสถียรภาพ และไม่เสี่ยงต่อการเสียหลักหกล้มขณะก้าวเดิน เทคนิคการก้าวเดินแบบอิสระของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ สามารถสรุปได้ดังนี้
เทคนิคขั้นพื้นฐานของการวางเท้าของหุ่นยนต์ โดยจะต้องคงสภาพแน่นอนไม่แปรเปลี่ยนไปตามลักษณะของพื้นผิว แม้หุ่นยนต์จะก้าวเดินในพื้นที่ขรุขระ
เทคนิคขั้นพื้นฐานของการปรับสภาพของหุ่นยนต์ หากในกรณีที่หุ่นยนต์ก้าวเดินแล้วมีการหกล้มหรือเสียการทรงตัว
เทคนิคขั้นพื้นฐานของการปรับสภาพของหุ่นยนต์ โดยให้ผลของการเคลื่อนที่ถูกต้อง แม่นยำโดยการจดจำเป้าหมายที่ต้องการ ซึ่งเทคนิคเหล่านี้ทีมวิศวกรได้นำมาพัฒนาเป็นส่วนต่าง ๆ ก่อนจะนำมารวมกันในรูปแบบการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
เทคนิคการก้าวเดินอย่างมีเสถียรภาพ
จุดโมเมนต์ศูนย์ (ZMP) หรือจุดปฏิกิริยาที่พื้นฐาน
ปกติแล้วเมื่อมีการเคลื่อนที่หรือยืนอยู่นิ่ง ๆ ร่างกายของมนุษย์จะถ่ายโอนน้ำหนักตัวตามธรรมชาติ เพื่อรักษาสมดุลของร่างกายในท่านั้นไว้ แต่ถ้าการถ่ายโอนน้ำหนักของร่างกายไม่สมดุลกัน ร่างกายมนุษย์จะสามารถปรับสภาพให้สมดุลและไม่ล้ม โดยเคลื่อนตำแหน่งของเท้าซ้ายหรือขวาออกจากจุดที่ยืนอยู่ ซึ่งลักษณะดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นกับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ได้เช่นกัน เมื่อหุ่นยนต์ก้าวเดินไปข้างหน้า ผลจากแรงเฉื่อย[3]และแรงดึงดูดของโลกจะมีผลโดยตรง ต่อการเพิ่มและลดความเร่งในท่าทางการเดินของหุ่นยนต์ ซึ่งแรงเหล่านี้เรียกว่าแรงเฉื่อยรวม และเมื่อเท้าของหุ่นยนต์กระแทกกับพื้น จะได้รับผลกระทบนี้โดยตรง เรียกว่าแรงปฏิกิริยาจากพื้น
การตัดกันในระหว่างแนวแรงเฉื่อยพื้น และรวมทั้งตำแหน่งดังกล่าวจะมีค่าโมเมนต์[4]เท่ากับศูนย์ เรียกตำแหน่งในจุดนี้ว่า จุดโมเมนต์ศูนย์ (ZMP) ซึ่งเป็นจุดที่แรงปฏิกิริยาลง เรียกว่าจุดปฏิกิริยาที่พื้นฐาน ลักษณะท่าทางการเดินของหุ่นยนต์จะถูกกำหนดจากคอมพิวเตอร์โดยระบบปัญญาประดิษฐ์ ทำการคำนวณ ประมวลผลและส่งผลไปยังข้อหมุนต่าง ๆ ของหุ่นยนต์ โดยให้มีการสอดคล้องกันกับความเฉื่อยที่เกิดขึ้นจากการคำนวณ เรียกว่า ZMP เป้าหมาย[5] เมื่อหุ่นยนต์เกิดความสมดุลของร่างกายในขณะที่ก้าวเดินได้อย่างสมบูรณ์แบบ แกนของแรงเฉื่อยรวมเป้าหมายและแรงปฏิกิริยาที่พื้น จะเป็นตำแหน่งเดียวกัน และเมื่อหุ่นยนต์ก้าวเท้าเดินผ่านพื้นผิวที่ขรุขระ ตำแหน่ง 2 ตำแหน่งดังกล่าวจะหนีออกจากกัน ส่งผลให้เกิดความสมดุลลงแรงที่จะทำให้หุ่นยนต์หกล้มเกิดขึ้นมาทันที
แรงที่ทำให้หุ่นยนต์เกิดการหกล้มเมื่อก้าวเดิน เกิดจากความเหลื่อมล้ำในระหว่าง ZMP เป้าหมายและแรงปฏิกิริยารวมที่พื้น ซึ่งเมื่อพิจารณาและวิเคราะห์แล้วพบว่า นั่นคือสาเหตุหลักที่ทำให้ความไม่สมดุลเกิดขึ้น และเมื่อหุ่นยนต์เกิดการเสียความสมดุล[6] ระบบป้องกัน 3 ระบบที่จะป้องกันการหกล้มหรือเสียหลักการทรงตัวของหุ่นยนต์ ที่สามารถทำให้หุ่นยนต์ก้าวเดินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องคือ
ระบบควบคุมแรงปฏิกิริยา[7]
ระบบควบคุม ZMP
ระบบควบคุมการวางเท้าของหุ่นยนต์
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
























.jpg)


